Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
สมาคม
  LIN (SURNAME)
   China's Lin Clan Network
   Chaoshan Lin
   สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย
  ชุมชนชาวฮากกา
หนังสือพิมพ์
  China Daily
  China News
  People's Daily Online
  Xinhua
  China Youth Daily
  Bangkokpost
  มติชน
  ข่าวสด
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ผู้จัดการ
  คมชัดลึก
  กรุงเทพธุรกิจ
  บ้านเมือง
  แนวหน้า
  ไทยโพสต์
  โพสต์ทูเดย์
  สยามรัฐ
  บางกอกทูเดย์
  โลกวันนี้
  เส้นทางเศรษฐกิจ
  มติชนสุดสัปดาห์
มุมนักเสี่ยงโชค
  ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
  ตรวจสลากย้อนหลัง
  ผลสลากออมสิน
  ธกส.ออมทรัพย์ทวีสิน
แลกเปลี่ยนเงินตราและหุ้น
  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารกรุงเทพ
  ตลาดหลักทรัพย์ - หุ้น
  ตลาดหุ้น
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

เทศกาลกินผักที่ภูเก็ต

 

๑.   คณะงิ้วแสดงที่บ้านกะทู้

๒.   เดินทางไปสืบสาวการกินผักที่เจียงซี ( เกียงซี )หรือกังไส

๓.   ตำนานเถ้าแก่ใจบุญกับบ้านหลังใหม่

๔.   เทพเจ้าเล่าเอี๋ยกับการกินผัก                

๕.   การเตรียมการกินผัก

      ๑)   ศาลเจ้าเตรียมการ

      ๒)   ชาวบ้านเตรียมการ

๖.   พิธีกรรมที่ศาลเจ้าก่อนการกินผัก  ๑ วัน

        -   อัญเชิญขุนพลนายทหารมารักษาการปริมณฑล

        -   ยกเสาโกเต้ง

        -   อัญเชิญองค์หยกอ๋องส่องเต่มาร่วมพิธี

        -   อัญเชิญองค์กิวอ๋องไต่เต่มาเป็นประธาน

๗.   สรุปพิธีกรรมวันที่ ๑ ค่ำเดือน ๙ ถึงวันที่ ๙ ค่ำเดือน ๙

๘.   พิธีกรรมและกิจกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ

      - พิธีขึ้นบันไดมีด

      - พิธีสะเดาะเคราะห์

      - พิธีโข้กุน

      - พิธีเฉี้ยโห้ย

      - พิธีอิวเก้งแห่พระรอบเมือง

      - การจุดประทัด

      - ธงประเภทต่างๆ

      - ม้าทรง

๙.   เทพเจ้าที่กล่าวถึงในพิธีกรรม

๑๐. ข้อควรปฏิบัติในเทศกาลกินผัก

๑๑. ตารางเทศกาลกินผักในปีพ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๖๖ 

 

 

๑.   คณะงิ้วแสดงที่บ้านกะทู้

        เมื่อชาวจีนได้เข้ามาเป็นกรรมกรเหมืองแร่ดีบุกที่ภูเก็ต เป็นจำนวนหลายหมื่นคน ต่างกระจายไปตามที่ต่างๆ บางส่วนปักหลักอยู่ที่เหมืองแร่ต่างๆในเขตกะทู้ ตั้งแต่ต้นรัชกาลที่ ๕ คนจีนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์จึงจะสามารถเป็นกรรมการเหมืองที่ทำงานหนักได้ ต่อมาจึงมีร้านรวงต่างๆเพื่อให้บริการแก่พวกเขา รวมทั้งสิ่งบันเทิงด้วย นั่นก็คือโรงงิ้ว คณะงิ้วที่มาแสดงเป็นงิ้วเร่ที่เรียกว่า ปั้วหี่ คงจะได้ปักหลักแสดงอยู่คณะละหลายเดือนหรือเป็นปี แล้วหมุนเวียนคณะใหม่มาแสดงอีกเมื่อเห็นว่าลูกค้าคนดูเริ่มเบื่อ เมื่อพวกเขาได้หมุนเวียนเปลี่ยนเรื่องแสดงไปหมดแล้ว

        มีคณะงิ้วเร่คณะหนึ่งได้เปิดแสดงที่บ้านกะทู้ ขึ้นเป็นเวลาเกือบปีบังเอิญเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินผักที่หน้าโรงงิ้วนั่นเอง แต่เป็นเพียงย่อๆเท่านั้น เพื่อขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บให้หายไป ปรากฏว่าได้ผล ในปีต่อมาพวกงิ้วจึงได้จัดการกินผักขึ้นอีก ชาวกะทู้เกิดเลื่อมใส จึงเข้าร่วมกินผักด้วย เมื่อเห็นว่าชาวกะทู้เกิดเลื่อมใสการกินผัก พวกงิ้วจึงบอกว่า หากต้องการรู้พิธีกรรมการกินผักอย่างละเอียดให้เดินทางไปเมืองกังไส ( น่าจะเป็นมณฑลเจียงซูหรือมณฑลเจียงซี ) ก่อนที่คณะงิ้วจะลาโรง จึงได้มอบเทพเจ้าเล่าเอี๋ยและเทพเจ้าหลี่โลเชียไว้ให้เพื่อจัดพิธีกินผัก ในวันที่ ๑ ค่